2007/Feb/15

(29 มค.2550)

ได้ไปเยือนเมืองตรังเป็นครั้งที่สองแล้ว

ครั้งนี้ไปถ่ายรายการ "ปราชญ์เดินดิน"ช่อง 9

ปราชญ์ของเราคือหย่าเหตุ หะหวา หรือที่รู้จักกันในนาม"บังเหตุ"

เป็นชาวไทย-มุสลิมที่เป็นชาวประมงพื้นบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง

แต่ความพิเศษคือเขาเป็นชาวประมงพื้นบ้านที่เป็นนักอนุรักษ์และมีแนวคิดที่ดี

ในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเลจากผู้ที่ทำประมงผิดกฏหมายอย่างอวนลากอวนรุน

(อวนลากอวนรุนคืออุปกรณ์หาปลาที่เปรียบเสมือนแทรกเตอร์ทะเลที่มีการทำลายธรรมชาติสูง)

แรกเริ่มเดิมทีภรรยาของบังเหตุ คือมิยะ หะหวา

เป็นแกนนำที่เริ่มต่อต้านการทำประมงที่ทำลายธรรมชาติอย่างรุนแรงแบบนี้

แต่เมื่อเธอเสียชีวิตลง..บังเหตุและครอบครัวก็คือผู้ที่สืบทอดความตั้งใจนี้ต่อไป

เราถามบังเหตุว่า"บังเป็นชาวประมงพื้นบ้านแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว

ทำไมถึงต้องลุกขึ้นต่อสู้กับพวกที่ทำประมงผิดกฏหมายด้วย..ไม่กลัวเหรอ?..

บังเหตุตอบว่า " ไม่กลัว ..ถ้าเราไม่ต่อสู้..ทรัพยากรมันก็หมดไปเร็ว

พวกนั้นเอาแต่ได้ ทำลายอย่างเดียวไม่เคยคิดสร้างทดแทน

เราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาคอยป้องกันไม่อย่างนั้นเราและลูกหลานจะอยู่ยังไ

สัตว์ตัวเล็กๆ จะอยู่ยังไงและพะยูนจะอยู่ยังไง "

บังเหตุเป็นชาวประมงพื้นบ้านที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

หาปูหาปลาในท้องทะเลเพื่อการดำรงชีพ

ในหนึ่งวันหาได้เท่าไรก็เอาไว้กินและขายอย่างพอเพียง

ซึ่งเป็นธรรมชาติของชาวประมงพื้นบ้าน

เขาถือว่าทะเลมีบุญคุณต่อเขาเมื่อเขาหากินได้จากทะเล ก็ต้องสร้างคืนให้ทะเลด้วย

บวกกับที่ครอบครัวหะหวาได้มารู้จักกับ "เจ้าโทน" พะยูนแสนเชื่อง

ที่ถือได้ว่าเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของเขา

พวกเขารักมันและคิดว่าต้องช่วยกันอนุรักษ์พะยูนให้อยู่คู่กับทะเลตรังต่อไป

ด้วยเหตุนี้ครอบครัวหะหวาจึงหันมาเริ่มต้นการอนุรักษ์

และช่วยปกป้องพร้อมฟื้นฟูหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารชั้นเลิศของพะยูน

หญ้าทะเลไม่เพียงแต่เป็นอาหารของพะยูนเท่านั้นนะ

มันยังเป็นแหล่งอาหารและที่พักของสัตว์ตัวเล็กๆ อีกด้วย

ถ้าไม่มีหญ้าทะเลสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยไม่ว่าจะเป็น ปู ปลา ฯลฯ ก็อาจตายไป

พะยูนก็ต้องตายเพราะไม่มีอาหารและนี่ก็คือระบบนิเวศฯ ใต้ท้องทะเล

ขอกลับมาคุยเรื่องเจ้าโทนพะยูนแสนเชื่องที่หลงเข้ามาใกล้ชิดกับครอบครัวหะหวากันต่อ

เจ้าโทนและครอบครัวหะหวาถือได้ว่าเป็นเบื้องหลังของความโด่งดังของพะยูนเมืองตรัง

เพราะเมื่อเจ้าโทนเข้ามาคุลกคลีกับคนความน่ารักของมันก็เป็นที่กล่าวถึงไปกว้างขวาง

จนสื่อมวลชนต้องมาทำข่าว..เจ้าโทนเคยออกทีวีและมีรูปลงสื่อสิ่งพิมพ์มากมายนับไม่ถ้วน

เป็นผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวทะเลตรังเพื่อมาดูเจ้าโทนและเพื่อนพะยูนของมัน

แต่ที่สำคัญกว่านั้น...

พะยูนถือว่าเป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลตรัง

และพะยูนก็เป็นสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมที่กำลังจะสูญพันธุ์ค่ะ

............................................

แนวคิดของบังเหตุสามารถสร้างประโยชน์ให้ทุกสรรพสิ่งในทะเลตรัง

รวมไปถึงลูกหลานและเพื่อนชาวประมงพื้นบ้านอีกด้วย

จนทำให้สามารถสร้างเครือข่ายนักอนุรักษ์ที่เข้มแข็งไปอย่างกว้างขวาง

ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักอนุรักษ์ของไทยเท่านั้นนะคะ

ชาวต่างชาติก็หันมาสนใจและเข้ามาทำการวิจัยในเรื่องหญ้าทะเลและพะยูนที่ตรังอีกด้วย

..........................................................................

แม้ว่าจะต้องต่อสู้กับการทำประมงผิดกฏหมายของคนบางกลุ่มแต่พวกเขาก็จะไม่ถอย

มีบทสัมภาษณ์หนึ่งของบังเหตุจากนสพ.ผู้จัดการรายวัน กล่าวไว้ว่า

"ปัญหาที่เราแก้ไม่ได้คือเรืออวนลากอวนรุน

ซึ่งวิธีหาปลาของเขาทำให้ปะการังเสียหายอย่างมาก

เพราะใช้เครื่องมือลากไปตามพื้นดินพื้นทรายใต้ทะเล

ถึงจะมีกฎหมายห้ามไม่ให้เรือพวกนี้เข้ามาใกล้ชายฝั่งเกิน 3 กิโลเมตร

แต่ก็ยังลักลอบเข้ามา ชาวบ้านก็ไม่กล้าทำอะไร

เพราะพวกนี้เขาเป็นนายทุนที่มีอิทธิพลเขามีปืน เรามีแค่มือเปล่า"

คำพูดนี้บอกเป็นนัยว่า ถึงเขาจะมีแค่มือเปล่า

แต่ก็พร้อมต่อสู้เพื่อรักษาธรรมชาติใต้ท้องทะเลตรังที่ถือว่ามีบุญคุณต่อพวกเขา

หน้าที่ของพวกเขานักอนุรักษ์ชาวเลคือช่วยกันเป็นหูเป็นตา

ปกป้องปะการัง หญ้าทะเล พะยูนและสัตว์ทะเลอีกมากมาย

ไม่ให้ใครเข้ามาทำลายอย่างไม่รู้ค่า

ถึงแม้ชาวประมงพื้นบ้านจะอาศัยการหาปูหาปลาเพื่อการดำรงชีพ

แต่พวกเขาก็ไม่เคยทำลายธรรมชาติและไม่คิดที่จะจับสัตว์ทะเลทีละมากๆ

ทุกชีวิตมีประโยชน์และมีบุญคุณต่อพวกเขา

"ถ้าจับลูกปูลูกปลาขึ้นมาก็ยังกินมันไม่ได้ ยังไม่ได้ขนาด มันก็ต้องตายเปล่า

ไม่มีประโยชน์อะไรสู้ให้มันเติบโตเป็นพ่อปลาแม่ปลาและออกลูกออกหลาน

เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้ทะเลต่อไปดีกว่า

ในเมื่อมันมีค่าต่อเรา เราต้องรู้จักค่าของมันด้วยอย่าเอาแต่ทำลายล้างผลาญอย่างเดียว"

นี่คือคำพูดหนึ่งที่บังเหตุพูดให้เราฟัง.....และ.....คิด

.................................................................

รู้จักบังเหตุและครอบครัวหะหวากันไปบ้างแล้วนะคะ

ต่อจากนี้จะขอเล่าบรรยากาศการถ่ายทำที่ทั้งสนุกสนานและได้แง่คิด

รูปด้านล่างนี้คือ..บังเหตุปราชญ์ชาวบ้านหรือปราชญ์เดินดินคนหนึ่งของบ้านเรา

แนวคิดและการปฏิบัติของเขาทำให้เราต้องชื่นชมและถือว่าเขาคือ"ปราชญ์"ค่ะ

prad_trang3.jpg

ที่เห็นด้านบนนี้..ไม่ใช่พะยูนนะคะ 555+

ช่างภาพอีกคนกำลังถ่ายหญ้าทะเลใต้น้ำ

บริเวณนี้คือทะเลหน้าหาดเจ้าไหมที่มีหญ้าทะเลสมบูรณ์มากอีกแห่งหนึ่ง

อย่างที่บอกคือหญ้าทะเลนอกจากจะเป็นอาหารของพะยูนแล้ว

ยังเป็นแหล่งอาหารและที่พักของสัตว์ทะเลตัวเล็กๆ อีกมากมาย

ที่เอ๋จับขึ้นมาคือลูกปูม้า...จับขึ้นมาออกทีวีแล้วก็ปล่อยไปแล้วค่ะ

............................................................

ถ่ายทำเรื่องหญ้าทะเลเสร็จสรรพก็ขึ้นเรือข้ามไปเกาะลิบงกันต่อค่ะ

เรือลำนี้ชื่อแสงฟ้า..เป็นเรือของครอบครัวหะหวาลูกชายบังเหตุเป็นคนขับ

ใช้เวลาเดินทางจากหาดหน้าหมู้บ้านเจ้าไหมไปเกาะลิบงไม่นานค่ะ

นั่งลุ้นไปตลอดทางเลย..ทั้งสนุกและกลัวคลื่น -*-

prad_trang4.jpg

ข้ามเรือไปถึงเกาะลิบงแล้ว...ได้เข้าพักที่สองพี่น้องรีสอร์ท

ค่าห้องพักคืนละ 500บาท..เป็นบังกะโลหลังเล็ก ห้องน้ำopen air

อาบไปก็ระแวงไปมองขึ้นท้องฟ้าและยอดต้นมะพร้าวตลอด 555+

prad_trang5.jpg

จบเรื่องราวในหนึ่งวันแล้ว...ขอพักเข้านอนก่อนนะคะ

พรุ่งนี้จะมาเล่าเรื่องเกาะลิบงต่อค่ะ

...............................................................

ตื่นแล้ว...(เร็วไม๊!!)..เช้าวันที่ 30 มค.2550

เช้านี้อยู่บนเกาะลิบง..อาหารเช้าคือข้าวต้มกุ้งแสนอร่อย

เกาะลิบงเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในอ.กันตัง จ.ตรัง (ใหญ่จริงๆ ค่ะ)

เป็นเกาะที่มีหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้านและส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

บนเกาะมีมัสยิดด้วย บังเหตุเค้าละหมาดตรงเวลาด้วยค่ะ เคร่งครัดมาก

ชาวบ้านบนเกาะลิบงอยู่กันอย่างพี่น้องและใช้ชีวิตเรียบง่าย

บริเวณรอบเกาะมีหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารของพะยูนขึ้นอยู่มากมาย

ดังนั้นการมาเที่ยวที่เกาะลิบงถ้าโชคดีเราจะได้เห็นพะยูนแน่นอนค่ะ

เช้านี้อุตส่าห์ได้เปลี่ยนชุดมาเก๊กท่าถ่ายรูปได้ไม่นาน

พี่โปรดิวเซอร์ก็ให้กลับไปเปลี่ยนเป็นชุดเดิมของเมื่อวานนี้

เพื่อไปถ่ายทำกันต่อ...(เอาน่า!!เพื่อความต่อเนื่อง)

prad_trang6.jpg

...................................

เรื่องราวต่อไปคือ...ไปตามหาพะยูนตัวโตแต่น่ารัก

โดยนั่งเรือไปที่ขนำน้อยกลางทะเล..เฝ้าดูอยู่นานสองนานก็ยังไม่เห็น

ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆนานาก็แล้ว..พะยูนขี้อายจริงๆเลย

หรือเราจะเป็นคนกลุ่มน้อยที่โชคร้ายอดเห็นพะยูนในครานี้ก็ได้ -*-

เมื่อมองหาพะยูนจากบนขนำไม่เจอตัวพะยูนสักตัว

ก็ต้องล่องเรือไปจอดกลางทะเล..ตามหาพะยูนกันต่อ

แต่แล้ว.........พะยูนก็โผล่มาแว๊บเดียว .. ชะแว๊บเดียวจริงๆ ไวเหมือนโกหก

มีคนเห็นแค่ 3 คนเอง ...ไม่ต้องถามนะว่าเราเห็นรึเปล่า?

แต่จะบอกเองว่า...ไม่เห็น -_-" ... น่าสงสารตัวเองจริงๆ

ดูหน้าคนผิดหวังซิ..จ๋อยเชียว

prad_trang7.jpg

ในเมื่อวันนี้พะยูนขี้อาย..ก็เปลี่ยนแผนกันดีกว่า

บนเกาะลิบงมีภูเขาหินปูนความสูงประมาณ 200 เมตร

บนเขาจะมีจุดชมวิวสามารถชมทุ่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นอาหารของพะยูน

และอาจจะได้เห็นพะยูนมากินหญ้าทะเล .. ลองดู..ลองดู

แต่พอไปถึงแล้ว..เอ๋อดขึ้นไปเพราะทางเดินขึ้นเขาที่เป็นทางปกติเนี่ย

ต้องใช้เวลาเดินขึ้นนานเชียวเราไม่มีเวลาเหลือกันมากนัก

จะมีก็แต่ทางลัดที่สุดแสนอันตราย .. งานนี้ไม่มีใครเสี่ยง

ทุกคนลงความเห็นว่าเอ๋ก็ไม่ควรปีนขึ้นไปเด็ดขาด

เพราะไม่มีระบบป้องกันอันตรายใดๆ

และกำลังจะบอกบังเหตุว่าไม่ต้องขึ้นเพราะเราเคยถ่ายภาพพะยูนที่เกาะลิบงไว้แล้ว

เดี๋ยวกลับไปเอาภาพมาใส่ก็ได้..ยังไม่ทันขาดคำ..บังเหตุปีนขึ้นไปแล้ว

ดูซิค่ะ...ยืนหล่ออยู่ด้านบนโน้น...ช่างภาพลองปีนดู ยังถอยเลยค่ะ

ส่วนเอ๋กับน้องฝึกงานขออู้งาน..มาเก๊กท่าถ่ายรูปบริเวณเกาะ ^^

prad_trang8.jpg

.................................................................................

ที่เราไม่มีเวลาเหลือเยอะนักเพราะนัดกับสมาชิกชาวประมงพื้นบ้าน

ที่อยู่ในกลุ่มนักอนุรักษ์ธรรมชาติใต้ทะเลและพะยูนนั่นเองค่ะ

วันนี้พวกเขาและบังเหตุจะคุยกันถึงเรื่องวิกฤตของพะยูน

เพราะแค่เดือนมกราคมเดือนเดียวมีพะยูนตาย 5 ตัวแล้ว

ถือว่าเข้าข่ายวิกฤตอย่างหนัก..เพราะที่ผ่านมาไม่ร้ายแรงขนาดนี้

ส่วนสาเหตุมาจากอะไร..เอ๋ไม่ขอกล่าวในนี้นะคะ

ต้องให้ได้หลักฐานและข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนค่ะ

prad_trang9.jpg

.................................................................................

คุยกับนักอนุรักษ์กลุ่มนี้แล้ว..เราก็ไปเก็บสัมภาระเตรียมขึ้นฝั่งที่หาดเจ้าไหม

เพื่อถ่ายฉากปิดรายการและพาบังเหตุกลับบ้าน (เอ๊ะ!!หรือบังเหตุพาเรากลับบ้านกันแน่)

พอไปอาบน้ำ ทานข้าว เก็บของกันเสร็จ

แล้วมองไปที่เรือ...โอ้!!แม่เจ้าน้ำลงนี่หว่า

เรือไปอยู่ไกลลิบลับถ้าจะรอให้น้ำขึ้นแล้วค่อยเดินขึ้นเรือมีหวังรอยันเย็น

ไม่ต้องกลับบ้านกันพอดี... -*-

ดังนั้นกัดฟันแบกของเดิน..เดิน..เดิน

พยายามขนเที่ยวเดียวให้หมด ..ดังนั้นเอ๋ก็ต้องแบกกระเป๋าตัวเอง

มาเกาะแต่ดัดจริตเอากระเป๋าเดินทางแบบขึ้นเครื่องบินมา..คิดดูจะรันทดขนาดไหน

ธรรมดาก็มีพี่ทีมงานใจดีช่วยยกขึ้นยกลง ช่วยถือให้ตลอด

แต่ชั่วโมงเร่งด่วนแบบนี้..ยัยนู๋เอ๋แกต้องถือไปเอง (ไม่มีใครบอกนะ..บอกตัวเอง)

มันอยู่ที่จิตสำนึกของตัวเองอะ..เพราะทุกคนก็ต้องแบกกระเป๋าของตัวเอง

แถมยังต้องช่วยกันแบกกล้องแบกอุปกรณ์ถ่ายทำอีกมากมาย

ว่าแล้ว.....ยัยเอ๋ก็แบกไปเองมือหนึ่งถือกระเป๋า อีกมือถือรองเท้าแตะ

น้องฝึกงานหันมาถามเป็นระยะ..."ไหวไม๊พี่เอ๋ เดี๋ยวผมช่วย"

"ไม่เป็นไร ยังไหวอยู่" แต่ในใจ..ตรูจะตายแล้วววววว

เพราะน้องฝึกงานก็ถือของเยอะอยู่..จะให้ช่วยเราอีกเราก็ใจร้ายเกินไปแล้ว

เราก็กัดฟันเดินไปแสนไกล..ยังไม่ถึงเรือสักทีแถมแวะวางกระเป๋าพักเหนื่อยก็ไม่ได้

เพราะพื้นมันเป็นทรายที่มีน้ำทะเลปริมๆ ลองนึกภาพเอานะ..วางไม่ได้เลย..

สุดท้ายพี่โปรดิวเซอร์..ไปยืนรออยู่ตรงที่น้ำทะเลจะถึงครึ่งแข้ง

แล้วเขาก็คืออัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยหญิงสาวผู้เหนื่อยยาก

"เอ๋..เอามา" พี่ธาดาบอกแล้วมองไปที่กระเป๋า

เอ๋ก็ส่งกระเป๋าให้พี่เค้าโดนไวแล้วก็แสดงน้ำใจตอบกลับทันที

"พี่เอารองเท้าแตะกับกระเป๋ามาให้เอ๋แล้วกันค่ะ" ..

แหะ แหะช่วยถือรองเท้าแตะอันเบาโหวงกับกระเป๋าที่ถือไปได้นิดเดียว

แล้วพี่นัทผู้ช่วยช่างภาพก็เดินกลับมาอีกรอบ แล้วช่วยเอากระเป๋าไปถือแทน

ภาพด้านล่าง..ยิ้มออกละ..เหลือแค่ถือรองเท้าแตะ 2 คู่อย่างเดียว

prad_trang10.jpg

...........................................................................

ขึ้นเรือกันแล้วก็ไปคุยฉากปิดกับพี่ธาดา

เลือกปิดที่หาดเจ้าไหม ทรายขาวสวยและบ้านบังเหตุก็อยู่บริเวณนี้ด้วย

ถ่ายทำเสร็จก็ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกค่ะ

prad_trang11.jpg

..............................................................................

บังเหตุและครอบครัวเป็นชาวไทย-มุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลาม

เราก็เพิ่งรู้จักมักคุ้นกับคนมุสลิมเป็นครอบครัวแรก

ได้เรียนรู้ว่าศาสนาอิสลามก็สอนให้คนเป็นคนดี

เหมือนศาสนาพุทธที่เรานับถือและศาสนาคริสต์ที่เราคุ้นเคย

เมื่อก่อนเรารู้จักคนอิสลามแค่เพียง พวกเขาไม่กินหมูและก็ไม่เคยคิดที่จะลองรู้จักชีวิตพวกเขา

คนอิสลามเคร่งครัดในการนับถือต้องละหมาดให้ครบ ห้ามโดนสุนัข

ไม่พูดจาให้ร้ายใครไม่ทำร้ายธรรมชาติ

เพราะเขาเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างธรรมชาติ

พระเจ้าให้เรามาเกิดเราก็ต้องดูแลสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้นมา

อีกอย่างที่บังเหตุบอกคือพวกเรารักกันเหมือนพี่น้อง อยู่กันอย่างพี่น้อง

ได้มีโอกาสรู้จักครอบครัวที่น่ารักอารมณ์ดี จิตใจดี

มาทำงานครั้งนี้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและแนวคิดพวกเขา

ได้กินข้าวหม้อเดียวกันได้นอนที่นอนเดียวกันกับ"อร"ลูกสาวบังเหตุ

ได้เรียนรู้ชีวิตที่ไม่เคยสัมผัสแบบนี้ไม่รู้จะหาได้อีกเมื่อไร

เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า และเราก็เริ่มสนใจชีวิตคนมุสลิมมากขึ้น

พวกเขามีเรื่องราวที่น่าสนใจและเราก็ไม่เคยรู้มาก่อน

prad_trang13.jpg

มื้อเย็นหลังทำงานเสร็จก็ขอไปฝากท้องที่บ้านบังเหตุ

เมนูมีสารพัดปลา..ทั้งปลาทอด ต้มยำปลา ปลาสามรส..อร่อยๆ ทั้งนั้น

เป็นอาหารสุขภาพจริงๆ ค่ะ..ทานปลามีประโยชน์ ไม่อ้วนด้วยเนอะ

ด้านบนคือรูปของอร (ลูกสาวบังเหตุ) ส่วนเสื้อที่เธอสวมสีขาวนั้นมีรูปแม่ของเธอ

คือมิยะ..หญิงแกร่งแห่งหาดเจ้าไหม หรือแม่ผู้เป็นนักอนุรักษ์นั่นเองค่ะ

.................................................................

รถอีซูซุคันนี้...พาพวกเราไปเรียนรู้ชีวิตดีๆ ที่ตรัง

20 ชม. (ไป-กลับ) ..จะจดจำไปอีกแสนนาน

เดินทางไปวันที่ 28 มค. ( 10 ชม.)

ทำงาน 29-30 มค.

และเดินทางกลับวันที่ 31 มค. (10 ชม.)

prad_trang14.jpg

.................................................................................................

ภาพชุดสุดท้าย..ขอเก๊กท่าถ่ายกับเรือและทะเล

ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน ที่หน้าหาดเจ้าไหม

prad_trang12.jpg

..........................................................................

สองวันนี้ที่เราได้คลุกคลีกับครอบครัวของบังเหตุ

ทำให้เราเข้าใจชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน

และเข้าใจชีวิตที่อยู่อย่างพอเพียงแต่มีความสุข

และรู้จักผู้ที่ไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้าแต่เขารู้จักคำว่า "พอ" และคำว่า "ให้"

บังเหตุเป็นปราชญ์ชาวบ้านหรือปราชญ์เดินดินที่น่านับถือมาก

.............................................................

ออกอากาศวันที่ 18 มีนาคม 2550

ดูย้อนหลังได้ที่ http://modernine.mcot.net/view.php?news_id=1363&tk=ennews

ตอน..บังเหตุ หะหวา

.............................................................................

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เคยไปเก็บข้อมูลวิจัยและลงพื้นที่ที่ตรังนานอยู่พอสมควรเหมือนกันนะ เจอปราชญ์ที่นั่นอยู่หลายๆท่าน อ่านแล้วอยากกลับไปที่ตรังอีก...
#1  by  matoom39 At 2007-02-15 17:57, 
หายไปนานเลยนะยัยนู๋เอ๋
ยังสวยเหมือนเดิม แอบทิ้งร่องรอย อ้วนขึ้นนิดนะ แต่น่ารักไปอีกแบบ ว่าแล้วก็อยากเห็นหน้าหลานจัง จั่นเจารักเด็กจ้ะ

รายนี้ดีมากๆ มีสาระประโยชน์มากมาย

กลับมาอัพบล็อกบ่อยๆ ล่ะ ตอนนู๋หายไปเฮียไปทริปเจาะลึกลี่เจียงล่ะ ว่างๆ ก็ย้อนๆ ไปดูนะจ๊ะ
#2  by  จั่นเจา At 2007-02-15 18:45, 
ไม่เป็นไรนะ โอ๋ๆๆ เรียนรู้โลก เรียนรู้ชีวิต ช่วงนี้พ่อแม่เฮียก็ผลัดกันเข้า รพ. นู๋ดูแลสุขภาพด้วยนะ ยิ้มไว้ใจเป็นสุข
#3  by  จั่นเจา (203.170.228.177) At 2007-02-16 00:19, 
...

เอ๊ะ ทำไมผมสั้นลงคะคุณเอ๋..

..
ใช่อยากให้คนไทยใส่ใจสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลมากกว่านี้นะคะ ..

..
ขอชื่นชม ปราชญ์ ทั้งหลาย ค่ะ
#4  by  Coffee mania At 2007-02-16 08:11, 
xin nian kuai le
#5  by  zui ai yanchengxu At 2007-02-17 21:05, 
น้องเอ๋ เฮียโยน Wallpaper Tagged ต่อให้นู๋ล่ะ http://janjow.exteen.com/20070218/wallpaper-tagged
#6  by  จั่นเจา At 2007-02-18 21:10, 
เคยไปเที่ยวตรังแบบแพคแกจ
พอมาอ่านบล็อกนี้แล้วชอบใจจัง
มองโลกไปอีกมุมนึงเลยค่ะ
ไว้ต้องมาตามเก็บ entry อื่นแล้วสิ
ติดใจๆ ขอ add นะคะ
#7  by  จ๊ะเอ๋ At 2007-02-19 12:48, 
แวะมาสาดน้ำน้องเอ๋

ขอให้ครอบครัวน้องเอ๋ มีแต่ความสุข ความหวานชื่น ขอให้ร่ำรวยเงินทอง ขอให้ได้เที่ยวรอบโลกด้วยเอ้า

คิดถึงนะ
#8  by  จั่นเจา At 2007-04-15 09:06, 
โอยอิจฉาจัง ผมได้แต่อยู่ในโลกจินตนาการ
#9  by  jimi oui At 2007-04-25 00:19, 
Thx สำหรับคอมเมนท์ค่ะ
..................................

อืม...คำว่า "พอ" และ "ให้"

อย่าลืมนำเอาไปใช้กันนะคะหลานๆ
#10  by  ~kooNPa~ At 2007-04-29 09:00, 
ดีจังได้ไปไหนตั้งหลายที่ วันหลังขอทำหน้ามึนไปด้วยสิครับ อิอิอิ

ขอแอด fav ไว้นะครับ
#11  by  หนุ่มชุดดำ At 2007-05-22 19:39, 
อิอิ....ไม่เคยไปเกินประจวบเล๋ยๆๆๆ
อิจฉาๆมากๆเลยค่ะ
#12  by  -teacher-aorr- At 2007-05-24 07:56, 
นึกว่าใครไปทักทาย ยัยนู๋เอ๋คนสวยนี่เอง
หายไปซะนานเลยนะ สบายดีมั้ย เฮียสบายดี ปลายกันยา จะไปเที่ยวจีนอีกแล้ว จะไปจิ่วไจ้โกว หวงหลง ตันปา คังติ้ง แล้วจะเก็บภาพมาฝากครับผม

miss u miss u
#13  by  จั่นเจา At 2007-06-29 12:26, 
น้องเอ๋ เฮียลงรูปที่ไปเที่ยวเมืองจีน ไปได้ 2 เอนทรี่แล้วล่ะ แวะไปดูได้นะ
หรือจะไปดูที่ VZ ก็ได้จ้ะ